ติดตามข่าวท้องถิ่น ร้องทุกข์ชาวบ้าน ข่าวอาชญากรรม ข่าวสังคม การเมือง บันเทิง กีฬา และคอลัมน์ วิเคราะห์เจาะลึก รายการพากินพาเที่ยว รับงานอีเวนท์ออกสื่อทุกชนิด สมัครเป็นสมาชิกส่งข่าว ร้องทุกข์ และร้องเรียนได้ที่ pooth.pnn@gmail.com *ห้ามมิให้ผู้สื่อข่าวใช้จรรยาบรรณไปในทางไม่ถูกต้อง (บรรณาธิการบริหาร)
อ วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ดร.สาธิต แนะน้ำท่วมแก้คนและสัตว์ที่ดีไปพร้อมกันได้
(อ่านแล้ว 5406 ครั้ง)
Share on Google+
 
วันที่ 4 ตุลาคม 2569 จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นโดยมีข้อความหนึ่งว่า  "ขอความกรุณาห่วงชีวิตตนเองเป็นหลักอย่าห่วงสัตว์เลี้ยงจนไม่ออกจากบ้านในศูนย์พักพิงหากนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปอาจส่งเสียงดังหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์จากการขับถ่ายเราอาจจะมองว่าสัตว์น่ารักแต่ผู้อื่นไม่คิดเช่นนั้น" จากคำพูดดังกล่าวมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในขณะนี้
 
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังดร.สาธิต  ปรัชญาอริยะกุล บุคคลที่ลงช่วยสัตว์ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้โดยได้แสดงความคิดเห็นแบบส่วนตัวว่า
"คงไม่ก้าวล่วงทัศนคติของนายกรัฐมนตรีฯ คงมีมุมมองในการช่วยเหลือในแบบของท่านซึ่งอาจจะแตกต่างกันบ้าง  ส่วนตัวคิดว่าไม่ว่าคนหรือสัตว์ล้วนมีชีวิตรักสุขเกลียดทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น  สิ่งที่ต้องกระทำคือการช่วยเหลือแน่นอน การช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญสุด แต่ก็ไม่ควรละเลยเพิกเฉยต่อชีวิตสัตว์ร่วมโลก  โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเพราะมันคือความรับผิดชอบตั้งแต่วันแรกที่นำมาเลี้ยง ซึ่งจะต้องดูแลสัตว์เหล่านั้นให้ดีจนตลอดสิ้นอายุขัย
 
 
สำหรับเหตุน้ำท่วมแน่นอนเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย  รัฐบาลก็ต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการที่ดีเช่น อพยพทั้งคนและสัตว์ไว้ในที่ปลอดภัย
หลายครั้งที่ผ่านมาเช่น เหตุน้ำท่วมที่หาดใหญ่เขาก็ช่วยทั้งคนทั้งสัตว์ไปพร้อมกันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็ทำได้ดีแยกคนและสัตว์ออกเป็นสัดส่วน 
ส่วนคำพูดของผู้นำประเทศนั้นสำคัญมากเพราะเป็นการสะท้อนถึงการใช้อำนาจรัฐและทรัพยากรในการบริหารจัดการ  วันนี้เชื่อว่าประชาชนส่วนมากที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอาจ มีมุมมองการไว้วางใจในวิธีการบริหารจัดการประเทศเช่นนี้ต่างจากเดิม
 
 
และคงไม่มีอะไรจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี เพราะสุดท้ายผลงานการแก้ไขปัญหาครั้งนี้และเสียงสะท้อนจากชาวบ้านก็จะสะท้อนถึงตัวท่านและรัฐบาลของท่านซึ่งเชื่อว่า คงมีคำตอบในใจบ้างอยู่แล้ว
และจริงๆ ที่ทราบมาบุคคลสำคัญใกล้ชิดนายกฯ หลายคน ก็ล้วนเป็นคนรักสัตว์และผ่านงานการช่วยเหลือสัตว์มาเป็นอันมาก มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องการช่วยเหลือสัตว์เป็นอย่างดี ควรปรึกษาบุคคลเหล่านั้นบ้าง อาจจะได้คำตอบที่ดี มุมมอง และการสื่อสารในการแก้ไขปัญหา เรื่องสัตว์ อย่างมีความเข้าใจและมีเมตตาธรรม อย่างสมดุล ให้ประเทศชาติ ได้พัฒนาและน่าอยู่ยิ่งขึ้นกว่าที่เป็น
 
 
เศรษฐกิจในประเทศ