(อ่านแล้ว 5294 ครั้ง)

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมมังกรทอง ชั้น 11 อาคารจอดรถ สำนักงานเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 แจงความจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มกว่า 10 ไร่ เพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงดอนเมือง-นวนคร โดยมี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี, ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต, นายวรพจน์ ปานนุ่ม นายกเทศมนตรีเมืองคูคต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชนตัวแทนภาคเอกชนและประชาชนจากเขตดอนเมือง ตำบลหลักหก ตำบลประชาธิปัตย์ และตำบลคูคต ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนเข้าร่วมรับฟัง โดยผู้นำท้องถิ่นและภาคประชาชนผนึกกำลังค้าน ชี้จังหวัดปทุมธานีได้รับผลกระทบเต็มที่แต่กลับไม่มีสถานีจอดแม้แห่งเดียวซิ่งรฟท. ระบุว่าจากการสำรวจปี 2568 จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายละเอียด EIA และเวนคืนที่ดินเพิ่ม 2 จุด คือ กม. 17+167 – 17+651 (สะพานกลับรถเกษมอุดมพันธ์) เวนคืนกว่า 1 ไร่ เพื่อวางเครื่องจักรหนักก่อสร้างฐานราก และ กม. 19+054 – 20+880 (ซอยสีวลี 7 - รพ.สต.หลักหก) เวนคืนกว่า 8 ไร่ เนื่องจากแนวเดิมทับซ้อนกับรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีหลักหก จึงต้องเบี่ยงแนวทางวิ่งออกไป มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 66 หลังคาเรือน
ซึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ขัดขวางความเจริญ แต่ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของคนในพื้นที่ โดยระบุว่าโครงการผ่าน 7 จังหวัด มีสถานีเกือบทุกที่ แต่ปทุมธานีกลับถูกข้ามไปดอนเมืองแล้วไปอยุธยาเลย ไม่มีสถานีจอดในจังหวัดปทุมธานี ทั่งที่กรุงเทพฯ มี 2 สถานีบางซื่อมาดอนเมือง ดอนเมืองไปอยุธยาเลย แล้วปทุมได้อะไรเพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ ผมก็เลยเสนอที่ประชุมว่าความต้องการว่าปทุมควรจะมีสถานี ไม่จำเป็นต้องสถานีหลักหก หรือรังสิต หรือเชียงราก อันไหนก็ได้ที่เหมาะสม รถไฟความเร็วสูงต้องมีสถานีที่ปทุมธานี เพื่อเชื่อมต่อรถไฟสายสีแดง สายสีเขียว ที่เราพยายามทำ ไม่เช่นนั้นจังหวัดปทุมมันจะเป็นทางผ่าน เขาไม่ให้ความสำคัญกับปทุม ผมก็ไม่ยอมโดยเด็ดขาด เหตุผลอะไรที่ไม่มีในปทุม ก็ยังไม่ได้คำตอบ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ได้คำตอบเราก็คิดว่าจะหารือกับท้องถิ่น ผมในฐานะ นายก อบจ.ปทุมธานี ทางบริษัทที่ปรึกษาก็ไม่เคยมาหารือ แต่ผมแคร์คือต่อไปมันมีอะไรอีก กฎหมายอากาศสะอาดออกมาอีก แล้วขณะก่อสร้างอะไรเกิดอะไรขึ้นกับคนปทุมบ้าง ผมมองถึงประโยชน์ชาวปทุมธานีเป็นหลัก
ขณะที่ ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต เสริมว่า ปัจจุบันปทุมธานีมีประชากรหนาแน่นขึ้น เพราะเป็นปริมณฑล แต่ทำไมไม่เห็นความสำคัญของจังหวัดปทุมธานี และการที่สำรวจที่ดินมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วนำมาใช้กับปัจจุบันสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หรือเทคโนโลยีนวัตกรรมหรือความก้าวหน้าไปมากแล้ว ก็อยากให้เอามาลองปรับใช้ให้เข้าได้กับปัจจุบัน ผมเห็นในหลายๆ พื้นที่ในต่างประเทศที่เราได้มีโอกาสไปทดลองศึกษาดูงานเขาใช้เทคโนโลยีที่สามารถมาใช้ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนหรือให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ต้องเลือก ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ มากที่สุด อันนี้ก็อยากจะฝากเอาไว้ให้ลองช่วยพิจารณาแล้วก็ให้ความสำคัญกับคนปทุมธานีด้วย
ด้าน นายนุกูลกิจ คำรพธนะสาร อายุ 65 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า ผมอยากให้ดูเกี่ยวกับภาพรวมทั้งหมดนะครับ เพราะว่ามันมีสายทางที่มันทับกันนะครับ โดยรถไฟสายความเร็วสูงกับรถไฟสายสีแดงส่วนต่อขยายนะครับ เพราะว่าจะวิ่งมันต้องไปคู่กันตลอดนะครับ วิ่งมาตั้งแต่บางซื่อมาเลยบ วิ่งมาถึงที่ธรรมศาสตร์ ในส่วนนี้มีการทับเส้นทางกัน ผมอยากให้พิจารณาให้มันรอบคอบนะครับ แล้วก็เป็นภาพรวม บูรณาการเข้าด้วยกัน รวมถึงสถานีต่างๆ ซึ่งการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานีในโครงการนี้ ผมมองว่าการใช้ประโยชน์ยังน้อยอยู่ ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มากเท่าที่ควร แล้วก็ทาง จ.ทุมธานี ก็มีโครงการจะทำรถโมโนเรลด้วยนะครับ เพราะว่าปทุมธานีเป็นเมืองใหญ่ มีประชากรมากขึ้น มีการสัญจรมากขึ้นนะครับ แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใด ผมมีความเข้าใจดีนะว่า รถไฟความเร็วสูงเนี่ย เรื่องการจอดบ่อยๆ หรือว่าจอดความถี่ของแต่ละสถานี เราไม่ควรใช้ความถี่มาก ระยะทางไม่ควรใกล้ชิดกันมากนะครับ แต่ว่าขอให้คำนึงถึงว่า สภาพความเป็นจริงนะครับ ทาง Landscape ของปทุมธานีนะครับ ด้านประชากร ด้านเศรษฐกิจ และการเดินทาง ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรง คิดว่าน่าจะคุ้มค่ามากกว่าถ้ามีสถานี ขอฝากพิจารณาด้วย



















2